บทที่ 6
เฮนรี่
สองสัปดาห์ต่อมา
กริ๊งงง! กริ๊งงง!
เสียงนาฬิกาปลุกบนโต๊ะข้างเตียงเริ่มแผดเสียงดังลั่น ดังก้องไปทั่วทั้งอพาร์ตเมนต์ของผม ผมตื่นขึ้นมาทันที ครางในลำคออย่างหงุดหงิด พลิกตัวไปอีกฝั่งแล้วเอาหมอนกดปิดหูไว้แน่น หวังให้เสียงหนวกหูนั่นหยุดลง
แต่มันก็ไม่หยุด ไอ้เจ้านาฬิกาปลุกบ้าบอนี่ยังคงดังต่อไป ดังต่อไป และดังต่อไป
และตอนนั้นเองที่ความจริงพุ่งชนผมอย่างกับสายฟ้าฟาด ตาผมเบิกโพลง
ให้ตายเถอะ วันนี้เป็นวันแรกของการทำงานที่ใหม่นี่นา
ผมสะบัดผ้าห่มทิ้ง ตวัดขาก้าวลงบนพื้น แล้วพุ่งพรวดเข้าห้องน้ำไปทันที
ผมได้รับข้อเสนอให้ทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวของรักษาการซีอีโอแห่งแบล็กวูดเอนเตอร์ไพรส์ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณแม็กกี้ เธอคือคนที่ทำให้มันเป็นไปได้ เธอเป็นคนหางานนี้ให้ผม
อันที่จริง เธอเป็นเหมือนแม่คนที่สองของผมเลยล่ะ เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่พ่อผู้หัวโบราณและใจแคบของผมไล่ผมออกจากบ้านให้มาตกระกำลำบากอยู่ข้างถนน เธอเป็นคนมาเจอผม ด้วยความที่เธอเองก็เป็นเลสเบี้ยน เธอจึงทิ้งผมไว้บนถนนที่ทั้งหนาวเหน็บและอันตรายแบบนั้นไม่ได้
เธอพาผมกลับไปที่บ้านในคืนแห่งโชคชะตานั้น ซึ่งก็คือที่นี่ในแอลเอ เธอหาข้าวให้กิน ให้ที่พักพิง และเลี้ยงดูผมตลอดช่วงชีวิตมหาวิทยาลัยราวกับผมเป็นลูกชายแท้ๆ ของเธอ โดยมีความช่วยเหลือจากเคนดรา ภรรยาของเธอ
คำว่าซาบซึ้งใจยังเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ผมรู้สึกต่อพวกเธอ และราวกับว่าสิ่งที่เธอทำให้ผมมาตลอดยังไม่พอ เธอยังฝากงานชั่วคราวที่แบล็กวูดเอนเตอร์ไพรส์ให้ผมอีก
แม็กกี้คือคนที่ทำงานเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่บริษัทนั้น เธอทำงานที่นั่นมาเป็นสิบปีแล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้ เธอเพิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และต้องนอนโรงพยาบาลไปอีกหลายเดือน
ผมได้ยินมาว่าเธอเป็นบุคลากรทรงคุณค่าของบริษัท มีชื่อเสียงเรื่องประสิทธิภาพการทำงานและไอเดียที่บรรเจิด และแทนที่จะหาคนมาแทนที่เธออย่างถาวร เจ้านายของเธอกลับบอกให้เธอแนะนำใครสักคนมาทำหน้าที่แทนในระหว่างที่เธอพักฟื้น
และปิ๊งป่อง คนคนนั้นก็บังเอิญเป็นผมเอง!
ผมอารมณ์ดีสุดๆ เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง ผมโกนหนวด แปรงฟัน และอาบน้ำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ออกมาแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำเงินทับในกางเกงสีดำ ฉีดน้ำหอมให้ตัวหอมฉุย แล้วหวีผมสีสตรอว์เบอร์รีบลอนด์ของตัวเอง
ผมยืนอยู่หน้ากระจกแล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ผมไม่ใช่ผู้ชายผอมบางในแบบที่จะถูกเรียกว่า 'ทวิงก์' และก็ไม่ได้ตัวใหญ่ล่ำบึ้กพอที่จะถูกเรียกว่า 'ฮังก์' ผมเดาว่าตัวเองน่าจะอยู่ตรงกลางระหว่างสองอย่างนั้น
ไม่ผอม ไม่ล่ำ แค่สมส่วน 'ทวังค์' เขาเรียกกันแบบนั้นใช่ไหมนะ? ไม่รู้สิ ผมมีตาสีฟ้าสดใสและริมฝีปากที่ดูดี คนอื่นก็บอกว่าผมหล่อเหมือนกันนะ
ผมถอนหายใจเบาๆ หยิบของจำเป็นสองสามอย่างยัดใส่กระเป๋าสะพาย แล้วเหวี่ยงมันขึ้นพาดบ่า
ไม่กี่นาทีต่อมา ผมก็มานั่งอยู่บนรถอูเบอร์ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังโรสบูเลอวาร์ด ซึ่งเป็นที่พักของเจ้านายคนใหม่
งานผู้ช่วยส่วนตัวของผมไม่ได้มีแค่ในออฟฟิศ แม็กกี้บอกว่ามันรวมถึงการขับรถพาเขาไปทำงานทุกเช้า และพาเขากลับบ้านทุกคืนด้วย
พูดอีกอย่างก็คือ ผมเป็นทั้งเลขาและคนขับรถรวมกันในคนเดียว นั่นแหละความหมายของคำว่าผู้ช่วย
แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้มันน่าปวดหัว แม็กกี้เตือนผมไว้แล้ว แต่มันก็คุ้มค่า เพราะเงินเดือนเดือนเดียวก็มากกว่างานเก่าของผมถึงสามเท่า
ผมไม่รู้เลยว่าเจ้านายคนใหม่หน้าตาเป็นยังไง แต่แม็กกี้บอกผมว่าเขาค่อนข้างใจร้าย ปากร้าย และมักจะทำให้คุณต้องตั้งคำถามกับการมีอยู่ของตัวเองและการตัดสินใจในชีวิตอยู่ตลอดเวลา
ไม่กี่นาทีต่อมา รถแท็กซี่ก็จอดสนิทอยู่ตรงหน้าประตูรั้วขนาดมหึมาของคฤหาสน์แบล็กวูด ผมลงจากรถและจ่ายเงินให้คนขับ เขาขอบคุณผมแล้วขับออกไป
ผมมองดูรถหายลับไปในระยะไกล สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วใช้นิ้วชี้กดกริ่ง จากนั้นก็รอ ไม่กี่วินาทีต่อมา ในที่สุดก็มีเสียงผู้หญิงดังผ่านอินเตอร์คอมออกมา
"กรุณาแจ้งชื่อและธุระด้วยค่ะ"
"เอ่อ... ผมเองครับ" ผมพูดด้วยความประหม่าเล็กน้อย น้ำเสียงแผ่วเบาและแหบพร่า "เฮนรี่ โจนส์ ผู้ช่วยคนใหม่ของคุณแบล็กวูดครับ"
"โอ้?" ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง "งั้นก็เข้ามาสิ"
เสียงสัญญาณออดดังยาวสะท้อนก้องไปทั่วประตูรั้ว ก่อนที่มันจะเลื่อนเปิดออกโดยอัตโนมัติ ผมสูดหายใจรวบรวมความกล้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน
คฤหาสน์แบล็กวูดนั้นช่างงดงามตระการตา อาณาบริเวณกว้างขวางทอดยาว ล้อมรอบด้วยต้นโอ๊กสูงใหญ่ที่ไหวเอนเบาๆ ตามสายลม เหล่าคนสวนทำงานอย่างคุ้มค่าจ้าง พวกเขาคอยดูแลสนามหญ้าที่ตัดแต่งอย่างประณีต แปลงดอกไม้สีสันสดใส และแนวพุ่มไม้ที่เล็มไว้อย่างเป็นระเบียบซึ่งเรียงรายไปตามทางเดินหินที่คดเคี้ยว
สระว่ายน้ำใสแจ๋วเป็นประกายระยิบระยับภายใต้แสงแดดยามเที่ยง น้ำสีเทอร์ควอยซ์ดูน่าเชิญชวนให้ลงไปแหวกว่าย ขณะที่โรงรถกว้างขวางก็เป็นที่จอดคอลเลกชันรถคลาสสิกสุดหรูที่ดูน่าประทับใจ
ตัวคฤหาสน์เองก็เป็นดั่งผลงานชิ้นเอก ประดับประดาไปด้วยเถาไอวี่ที่เลื้อยพันขึ้นไปตามกำแพงหิน มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ยื่นออกมาล้อมรอบตัวบ้าน และของตกแต่งภายนอกอีกมากมายที่ชวนให้หลงใหล
ระเบียงกว้างทอดยาวโอบล้อมด้านหน้าตัวอาคาร ประดับด้วยราวเหล็กดัดและที่นั่งบุนวมหนานุ่ม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสังสรรค์ยามเย็น ประตูไม้โอ๊กบานหนาหนักถูกขัดเงาจนสมบูรณ์แบบและดูงดงาม
หญิงร่างเตี้ยท้วม ผมหยิกสีเข้มในชุดสาวใช้ต้อนรับผมด้วยรอยยิ้มสุภาพ ก่อนจะเดินนำผมเข้าไปในโถงต้อนรับอันโอ่อ่า ซึ่งมีแชนเดอเลียร์แขวนตระหง่านอยู่เบื้องบน สาดส่องแสงนวลตาลงบนพื้นหินอ่อน
มันช่าง... เหมือนกับสรวงสวรรค์ไม่มีผิด
"คุณเชนจะลงมาพบคุณในอีกสักครู่นะคะ" เธอพูดสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงสุภาพ "เชิญนั่งรอก่อนค่ะ"
ผมทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาผ้าไหมสีเข้มแสนสบายตามที่เธอผายมือเชิญ "ขอบคุณครับ"
เธอเพียงแค่ยิ้ม หมุนตัวกลับ แล้วรีบจ้ำอ้าวออกไปทางโถงทางเดินฝั่งหนึ่ง ราวกับกำลังถูกใครวิ่งไล่ตามมา ผมได้แต่สงสัยว่านั่นมันเรื่องอะไรกัน
ระหว่างที่รอ ผมก็มีโอกาสได้อ้าปากค้างมองไปรอบๆ อาคารที่ดูราวกับปราสาทแห่งนี้ด้วยความตื่นตะลึง นิ้วมือทั้งสองข้างกำสายกระเป๋าสะพายเอาไว้แน่น
คนรวยนี่รู้วิธีปรนเปรอตัวเองให้สุขสบายจริงๆ ให้ตายสิ
ตอนนั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบปะปนกับเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาจากทางบันได ผมไม่รอช้า รีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีนอบน้อมที่สุดทันที สองมือที่ชื้นเหงื่อกุมเข้าหากันไว้ด้านหน้า
ผมอยากจะสร้างความประทับใจแรกให้ดีเยี่ยม ต้องทำให้ได้ด้วย เพราะความประทับใจแรกสำคัญเสมอ อย่างที่ใครๆ เขาบอกกันมา
แต่ผมกลับล้มเหลว
อย่างไม่เป็นท่า
หัวใจผมแทบจะหลุดกระเด็นออกมานอกอก อ้าปากค้างอย่างหมดมาด เบิกตากว้างจนแทบถลนด้วยความช็อกสุดขีดเมื่อเจ้านายคนใหม่ปรากฏตัวให้เห็น ผมหลับตาปี๋ หวังว่าพอเปิดตาขึ้นมาอีกครั้ง ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าจะเปลี่ยนเป็นคนอื่น
แต่นั่นมันก็แค่ความหวังลมๆ แล้งๆ
โอ้... พระ... เจ้า
เขายืนอยู่ตรงนั้น ในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มที่เข้ารูปกับเรือนกายอันสมบูรณ์แบบ เผยให้เห็นร่องรอยมัดกล้ามทุกสัดส่วน เนกไทสีเข้มผูกรัดอยู่บนลำคอ ผมสีเข้มดกหนาและเงางามของเขาถูกปล่อยปรกระลงมาล้อมกรอบหน้า
หัวใจผมเต้นระรัวอย่างหนักหน่วง ลำคอตีบตัน ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ คือผู้ชายคนเดียวกับที่ร่วมรักกับผมอย่างบ้าคลั่งจนสติหลุดลอยเมื่อสองอาทิตย์ก่อน
ผมเริ่มสวดภาวนาในใจเงียบๆ
โอ้ พระเจ้า โปรดอย่าบอกนะว่าเขาคือเจ้านายคนใหม่ของผม! พระเจ้า ขอร้องล่ะ อย่าให้เขาเป็นเจ้านายคนใหม่ของผมเลย! พระเจ้า ผมขอวิงวอน
ในอ้อมแขนของเขามีหญิงสาวคนหนึ่ง เธอหน้าตาสะสวย ดูไร้เดียงสาและงดงามราวกับนางฟ้า เธอสวมเสื้อสายเดี่ยวกับกางเกงบ็อกเซอร์ขาสั้น และเขาก็กำลังพลอดรักกับเธอเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นพี่น้องหรือเครือญาติ
และในจังหวะที่ผมเริ่มสงสัยว่าเธออาจจะเป็นแฟนสาวของเขาหรือเปล่า เขาก็ตวัดสายตาหันขวับมามองผม ผมเผลอสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ หัวใจแทบจะหลุดกระเด็นออกมานอกอกเป็นครั้งที่สอง
พระเจ้าช่วย น่ากลัวชะมัดเลย
ดวงตาสีเหลืองอำพันอันแข็งกร้าวของเขาจ้องทะลุเข้ามาในดวงตาของผม ลมหายใจของผมเริ่มสะดุด หากเขาตกใจที่เห็นผม เหมือนกับที่ผมตกใจที่เห็นเขา พูดตามตรงผมก็ดูไม่ออกเลย ผมลอบสังเกตใบหน้าของเขา หวังจะได้เห็นปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกายบ้าง ไม่ว่าจะเป็นตาที่กระตุก การขยับของกระดูก ประกายตาที่ไหววูบ การเคลื่อนไหวของร่างกาย... อะไรก็ได้ ขอแค่อะไรสักอย่าง
ทว่าใบหน้าที่หล่อเหลาเหลือร้ายของเขากลับเรียบเฉยไร้ความรู้สึก... ราวกับรูปปั้นหิน
